คลังเก็บหมวดหมู่: เคล็ดลับความงาม

แก้ผมร่วง

แก้ผมร่วงด้วยน้ำมะกรูด

มะกรูดเป็นสมุนไพรที่นิยมใช้กันมาอย่างเนิ่นนานมาแล้วตั้งแต่สมัยรุ่นคุณย่าคุณยายในเรื่องของการนำมะกรูดมาดูแลเส้นผม ซึ่งปัจจุบันก็มีผลิตภัณฑ์หลายชนิดที่นำเอามะกรูดเขามาเป็นส่วนผสมหนึ่งในยาสระผม เพราะว่ามะกรูดนั้นมีประสิทธิภาพในการแก้ปัญหาในเรื่องของการแก้ผมร่วง แก้คันหนังศีรษะ แถมยังช่วยบำรุงผมให้เงางามอีกด้วย ดังนั้นจึงไม่แปลกที่จะเห็นเจ้ามะกรูดนี้อยู่ในส่วนผสมของแชมพูหลายยี่ห้อ ดังนั้นวันนี้ผู้เขียนจึงขอเอาใจสำหรับสาวๆที่ชอบมีปัญหาในเรื่องของผมร่วง ให้กลับมามีเส้นผมที่ดกดำและเงางามอีกครั้ง ซึ่งส่วนผสมและขั้นตอนแก้ผมร่วงก็ง่ายนิดเดียวเท่านั่นเอง

แก้ผมร่วง

ส่วนผสมของสูตรแก้ผมร่วงด้วยน้ำมะกรูดมีดังต่อไปนี้

  • มะกรูดจำนวน 3 ผล

สาวๆอ่านไม่ผิดหรอกค่ะ ซึ่งวันนี้เรามีวัตถุดิบที่เราต้องการเพียงอย่างเดียวเท่านั้น ซึ่งเป้นอย่างเดียวที่มีประสิทธิภาพเกินพอเชียวละค่ะ ต่อไปเป็นขั้นตอนในการทำสูตรแก้ผมร่วงด้วยน้ำมะกรูด ซึ่งมีขั้นตอนดังต่อไปนี้

  1. นำผลมะกรูดที่เตรียมไว้มาย่างไฟให้นิ่ม แต่ก็ควรระวังอย่าให้ไฟแรงจนเกินไปเพราะว่ามะกรูดนั้นจะไหม้ได้
  2. รอให้ผลมะกรูดนั้นนิ่มลงเล็กน้อย จากนั้นให้นำมกรูดไปผ่าครึ่งแล้วคั้นเอาแต่น้ำมะกรูดเท่านั้น ใส่ถ้วยเตรียมไว้
  3. หลังจากสระผมตามปกติด้วยแชมพูแล้ว แต่ควรระวังอย่าใช้เล็บเกาหนังศีรษะ เพราะถ้าเทน้ำมะกรูดลงไปแล้วมันจะแสบ
  4. จากนั้นให้นำน้ำมะกรูดที่เตรียมไว้มาชโลมให้ทั่วหนังศีรษะเบาๆ เพื่อให้น้ำมะกรูดนั้นซึมซาบเข้าสู่หนังศีรษะ จากนั้นให้ใช้ปลายนิ้วนวดให้ทั่วประมาณ 2-3 นาทีแล้วทิ้งไว้ประมาณ ½ ชั่วโมง แล้วล้างออกด้วยน้ำเย็น

เพียงแค่สาวๆทำตามสูตรแก้ผมร่วงด้วยน้ำมะกรูดนี้สาวๆจะพบกับเส้นผมที่ไม่ค่อยบรรเทาอาการหลุดร่วงลงไปและยังมีเส้นผมที่มีสุขภาพดี ดกดำเงางามและไม่แตกปลายอีกด้วย ซึ่งสูตรแก้ผมร่วงด้วยน้ำมะกรูดนี้สามารถทำได้ประจำสัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง เพื่อผลลัพท์ของผมที่เงางามของคุณ

คำที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

แก้ปัญหาผมแตกปลาย

แก้ปัญหาผมแตกปลายด้วยน้ำมันงา

สาวๆคนไหนที่มีปัญหาเรื่องของผมแตกปลายกันบ้าง ปัญหาเรื่องผมแตกปลายนี้เป็นปัญหาที่มักผมบ่อยในผู้หญิงเรา เรียกได้เลยว่ามีจำนวนนอนมากๆที่จะมีมีผู้หญิงคนไหนเคยมีผมแตกปลาย ซึ่งปัญหาการเกิดผมแตกปลายนั้นมีมากมายหลากหลายสาเหตุ บางคนอาจจะสงสัยว่าผมของตัวเองไม่เคยโดนสารเคมีใด และไม่เคยทำสีแต่ว่าผมของตัวเองนั้นกลับมีผมแตกปลายได้อย่างไรกัน สาเหตุที่สาวที่มีอาการแบบนี้แล้วเกิดมีผมแตกปลายก็เพราะว่า ถึงแม้สาวๆจะไม่ได้เคยทำผมหรือทำสีใดๆมาก่อน แต่ว่าการทำกิจกรรมของเราในปัจจุบันนั้นเป็นสิ่งที่ทำให้เกิดผมแตกปลายได้นั่นก็คือ แสงแดดนั่นเอง เพราะว่าเมื่อแสงแดดทำร้ายเส้นผม ผมของเรานั้นก็จะแตกปลายและแห้งกรอบชี้ฟู ดังนั้นวันนี้ผู้เขียนจึงของแนะนำวิธีแก้ปัญหาผมแตกปลายที่ทำให้สาวๆที่มีผมแตกปลายนั้นได้ลองนำไปแก้ปัญหาผมแตกปลายของตัวเองดูกันค่ะ

แก้ปัญหาผมแตกปลาย

ส่วนผสมของการทำสูตรแก้ปัญหาผมแตกปลายด้วยน้ำมันงามีดังต่อไปนี้

  • น้ำมันงาจำนวน 3 ช้อนโต๊ะ
  • ไข่ไก่จำนวน 1 ฟอง
  • น้ำผึ้งจำนวน 2 ช้อนชา

ขั้นตอนและวิธีการทำสูตรแก้ปัญหาผมแตกปลายด้วยน้ำมันงา ซึ่งก็สามารถทำได้ด้วยวิธีง่ายๆดังนี้

  1. นำไข่ไก่ที่เตรียมไว้มาแยกไข่แดงออกจากไข่ขาว เพราะเราจะใช้แต่ไข่แดงเท่านั้น
  2. นำน้ำมันงาและน้ำผึ้งตามจำนวนที่เตรียมไว้เทใส่ลงไปผสมกับไข่แดง
  3. จากนั้นตีส่วนผสมทั้งหมดให้เข้ากันแค่นี้คุณก็จะได้ครีมสูตรแก้ปัญหาผมแตกปลายด้วยน้ำมันงาแล้ว
  4. ให้สาวๆสระผมด้วยแชมพูตามปกติที่เคยทำ จากนั้นให้ชโลมครีมน้ำมันงาที่เตรียมไว้ลงไปให้ทั่วเส้นผม และนวดให้ครีมเข้าซึมซาบสู่หนังศีรษะ
  5. ใช้ผ้าขนหนูหอผมทิ้งไว้ประมาณ ½ ชั่วโมง เมื่อครบตากำหนดเวลาให้ล้างออกด้วยน้ำอุ่นและตามด้วยน้ำเย็นแล้วเช็ดผมให้แห้ง

สูตรแก้ปัญหาผมแตกปลายด้วยน้ำมันงานี้สามารถทำได้เป็นประจำสัปดาห์ละ 1 ครั้ง เพื่อผมที่แห้งแตกปลายกลับมาสวยงาม ดูมีน้ำหนักและไม่ชี้ฟูเหมือนแต่ก่อน

แก้ผมมัน

แก้ผมมันด้วยน้ำส้ม

น้ำส้มเป็นน้ำผลไม้ที่เรียกว่าเป็นน้ำพื้นฐานที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย ช่วยให้ร่างกายสดชื่น และถ้ายิ่งรับประทานส้มแบบสดๆก็จะยิ่งมีผลดีเข้าไปใหญ่เพราะว่าในส้มนั้นมีวิตามิน C อยู่ซึ่งจะช่วยในเรื่องของการต้านโรคไข้หวัดต่างๆได้เป็นอย่างดี อีกทั้งส้มนั้นมีมีส่วนผสมที่ช่วยลดความมันได้อีกด้วย ซึ่งวันนี้ผู้เขียนมีวิธีการแก้ผมมันด้วยน้ำส้มมาฝากสาวๆที่ทีผมมันเยิ้ม เวลาออกแดดที่ไรเป็นว่าจะต้องมีน้ำมันออกมาจากเส้นผมจนทำให้เกิดความคันแต่สิ่งที่ตามก็คือความรำคาญ ทั้งยังทำให้เสียบุคลิกภาพอีกด้วย และปัญหาเหล่านี้จะหมดไปถ้าสาวๆลองใช้วิธีแก้ผมมันที่ผู้เขียนนำมาแนะนำกันในวันนี้

แก้ผมมัน

ส่วนผสมที่จำเป็นต้องใช้ในการแก้ผมมันด้วยน้ำส้มมีดังต่อไปนี้

  • น้ำส้มคั้นจำนวน 2 ช้อนโต๊ะ
  • ไข่ไก่จำนวน 1 ฟอง

ขั้นตอนและวิธีการทำสูตรแก้ผมมันด้วยน้ำส้ม ซึ่งวิธีทำก็ง่ายนิดเดียวเท่านั้นดังนี้

  1. นำไข่ไก่ที่เตรียมไว้มาทำการแยกไข่ขาวออกจากไข่แดง เพราะว่าสูตรแก้ผมมันด้วยน้ำส้มนี้เราจะต้องใช้ไข่ขาวอย่างเดียวเท่านั้นในการทำ
  2. เทน้ำส้มลงไปผสมกับไข่ขาว แล้วตีทั้งสองส่วนผสมให้เข้ากันเป็นเนื้อเดียว
  3. ล้างผมให้สะอาดด้วยน้ำเปล่าไม่ต้องใช้แชมพู
  4. ชโลมครีมที่ได้ผสมไว้ลงบนศีรษะ จากนั้นนวดให้ทั่วเส้นผมและนวดให้ซึมซาบเข้าสู่หนังศีรษะ
  5. ห่อผมทั้งหมดด้วยผ้าขนหนู แล้วทิ้งไว้ประมาณ 30 นาที จากนั้นให้ล้างออกด้วยน้ำอุ่นและตามด้วยน้ำสะอาด หลังจากนี้ให้สระผมด้วยแชมพูตามปกติ

ซึ่งทั้งหมดนี้ก็คือสูตรแก้ผมมันด้วยน้ำส้ม อย่างที่กล่าวไว้ข้างต้นเพราะว่าน้ำส้มนั้นมีส่วนช่วยลดในเรื่องของความมัน ดังนั้นการที่ใช้น้ำส้มเป็นส่วนผสมก็เพราะว่า สูตรแก้ผมมันด้วยน้ำส้มนี้สามารถลดความมันของเส้นผมได้เป้นอย่างดี นอกจากนี้ยังช่วยในเรื่องของการบรรเทาอาการคันหนังศีรษะ และยังช่วยให้จัดทรงผมได้ง่ายอีกด้วย ซึ่งสูตรแก้ผมมันด้วยน้ำส้มนี้ควรทำติดต่อกันสัปดาห์ละ 2 ครั้ง

คำที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

น้ำมันละหุ่ง

เร่งผมยาวด้วยน้ำมันละหุ่ง

สาวๆคนไหนที่มีผมสั้นแต่อยากได้ผมที่ยาวสลวยไวๆ และไม่ว่าจะลองด้วยวิธีไหน ทำอย่างไร ทั้งใช้แชมพู ทั้งใช้สารเคมีเร่งก็แล้วแต่ไม่ได้ผล ผู้เขียนอยากให้หันมาลองทำวิธีใช้น้ำมันละหุ่งที่ผู้เขียนขอนำเสนอดูบ้าง เพื่อจะเป็นแนวทางหนึ่งที่สามารถทำให้ผมสั้นกุดของสาวๆได้เพิ่มความยาวออกมาเสียที ซึ่งส่วนผสมและขั้นตอนในการทำน้ำมันละหุ่งก็ไม่ยากเลย ถ้าอย่างนั้นเราไปดูส่วนผสมและขั้นตอนการทำน้ำมันละหุ่งกันเลยดีกว่าว่ามีอะไรบ้างและเป็นอย่างไร

น้ำมันละหุ่ง

ส่วนผสมที่เราต้องเตรียมเพื่อทำสูตรเร่งผมยาวด้วยน้ำมันละหุ่ง มีดังต่อไปนี้

  • ไข่ไก่จำนวน 1 ฟอง
  • น้ำมันละหุ่งจำนวน 2 ช้อนโต๊ะ

ขั้นตอนและวิธีการทำสูตรเร่งผมยาวด้วยน้ำมันละหุ่ง ซึ่งเป็นขั้นที่ง่ายแสนงานจะมีดังต่อไปนี้

  1. นำไข่ไก่ที่เตรียมไว้มาทำการแยะไข่แดงออกจากไข่ขาว ซึ่งส่วนที่เราต้องการนั้นก็คือไข่แดง
  2. นำน้ำมันละหุ่งที่เตรียมไว้ผสมกับไข่แดงและตีให้เป็นเนื้อเดียวกัน
  3. ให้สาวๆไปล้างผมให้สะอาดแบบไม่ต้องใช้แชมพู จากนั้นเช็ดผมให้พอหมาดๆ
  4. ชโลมครีมที่ทำเตรียมไว้ลงบนเส้นผมให้ทั่ว
  5. นวดครีมให้ทั่วเส้นผมและหนังศีรษะเพื่อเป็นการนวดกระตุ้นหนังศีรษะ
  6. ใช้ผ้าขนหนูผืนขนาดกลางพันทิ้งไว้ประมาณ ½ ชั่วโมง จากนั้นให้ล้างออกด้วยน้ำเย็น

หลังจากการทำสูตรเร่งผมยาวด้วยน้ำมันละหุ่งนี้เสร็จเรียบร้อยแล้ว เมื่อเป่าผมให้แห้งจะรู้สึกได้ถึงสภาพที่ดีขึ้นของเส้นผม และถ้าหากทำติดต่อกันในทุกๆสัปดาห์ๆละ 2 ครั้ง นานติดต่อกัน 2 เดือน จะเห็นว่าเส้นผมของผู้ใช้นั้นดกดำขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เพราะว่าน้ำมันละหุ่งนั้นมีคุณสมบัติพิเศษเฉพาะตัวที่ช่วงเร่งผมให้ยาวเร็วขึ้น ผมดกดำขึ้น ซึ่งสูตรเร่งผมยาวด้วยน้ำมันละหุ่งนี้เหมาะมากสำหรับผู้ที่มีเส้นผมบางน้อย และเส้นผมเล็ก เป็นอย่างไรกันบ้างค่ะสาวๆกับสูตรเร่งผมยาวด้วยน้ำมันละหุ่ง อย่างไรก็ขอแนะนำให้สาวๆลองนำไปใช้กันดูจะได้ไม่ต้องเสียเงินเพื่อซื้อสารเคมีราคาแพงเพื่อใช้เร่งผมยาวกันอีก

คำที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

น้ำมันมะพร้าว

ผมสวยด้วยน้ำมันมะพร้าว

เรื่องของเส้นผมนั้นไม่ใช่ว่าจะไม่สำคัญ แต่วาเรื่องของเส้นผมเป็นเรื่องที่สาวๆไม่ควรมองข้ามหรือปล่อยผ่านเลยไป เพราะว่ามันก็คงดูไม่ค่อยดีเท่าใดนักถ้าสาวๆสวยๆรูปร่างดี ทุกอย่างดีพร้อมหมดแต่ว่าผมกลับเสียชี้ฟูไม่มีน้ำหนัก ดังนั้นวันนี้ผู้เขียนจึงขอนำเสนอวิธีการบำรุงผมเสียและแห้งให้กลับมาสวยดังเดิม ซึ่งวัตถุดิบที่จำเป็นในการใช้นั้นก็หาได้ไม่ยากดังนี้

น้ำมันมะพร้าว

ส่วนผสมของสูตรบำรุงผมด้วยน้ำมันมะพร้าว

  • ไข่ไก่จำนวน 1 ฟอง
  • น้ำมันมะพร้าวจำนวน 2 ช้อนโต๊ะ

ขั้นตอนและวิธีการทำสูตรบำรุงผมด้วยน้ำมันมะพร้าว ซึ่งก็เป็นวิธีทำที่ง่ายๆซึ่งสาวๆสามารถทำเองที่บ้านได้

  1. นำไข่ไก่ที่เตรียมไว้แยกไข่ขาวออกจากไข่แดง เพราะว่าสูตรบำรุงผมด้วยน้ำมันมะพร้าวนี้เราจะใช้ไข่แดง ขอย้ำนะค่ะว่าไข่แดง
  2. นำน้ำมันมะพร้าวที่เตรียมไว้ใส่หมอที่ตั้งไฟ ตั้งแค่พออุ่นๆเท่านั้น แล้วให้เทไข่แดงที่เราได้เตรียมไว้เทตามลงไปแล้วตีทั้งสองส่วนผสมให้เข้ากันเป็นเนื้อเดียว
  3. ให้สาวๆนั้นล้างผมด้วยน้ำเปล่าให้สะอาดแต่ไม่ต้องถึงกับสระผมด้วยแชมพูนะค่ะ
  4. ให้ชโลมน้ำมันที่ผสมกับไข่แดงเรียบร้อยแล้วลงบนเส้นผม จากนั้นลูบไล้ให้ทั่วศีรษะ
  5. นวดให้ทั่วศีรษะ และนวดหนังศีรษะด้วยเพราะว่าจะเป็นการนวดหนังศีรษะไปในตัว
  6. ใช้ผ้าขนหนูพื้นขนาดกลางห่อผมไว้ จากนั้นทิ้งไว้เป็นเวลาประมาณ 1 ชั่วโมง
  7. ล้างออกด้วยน้ำอุ่นแล้วตามด้วยน้ำเย็น และสระผมด้วยแชมพูตามปกติอีก 1 ครั้ง

ซึ่งทั้งหมดนี้ก็เป็นการบำรุงเส้นผมที่แห้งให้กลับมามีเส้นผมที่นุ่มสลวยขึ้น และเส้นผมของสาวๆก็จะมีน้ำหนักมากกว่าเดิมอีกด้วย ซึ่งสูตรบำรุงผมด้วยน้ำมันมะพร้าวนี้สาวๆสามารถทำได้สัปดาห์ละ 1 ครั้ง หรืออาจจะมากกว่านั้นก็สามารถทำได้ และถ้าหากสาวๆนั้นใช้น้ำมันมะพร้าวเป็นประจำแล้วละก็รับรองได้ว่า เส้นผมที่เคยแห้งกรอบไม่มีน้ำหนักของสาวๆจะกลับมานุ่มสลวยสวยเก๋แถมมีน้ำหนักอีกต่างด้วย

คำที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

การเลือกน้ำหอม

การเลือกน้ำหอมสำหรับผู้หญิง

การเลือกน้ำหอม

ความหอมกับผู้หญิงก็ต้องเป็นเรื่องที่อยู่คู่กันอยู่แล้วใช่ไหมละค่ะ มันคงไม่ดีสักเท่าไหร่ถ้าหากผู้หญิงสวยๆแต่มีกลิ่นตัวที่เหม็นรุนแรงก็คงจะไม่มีผู้ชายที่ไหนรับได้ แต่ถึงแม้ผู้หญิงบางคนนั้นอาจจะไม่มีกลิ่นตัวแต่ว่าการที่ร่างกายของผู้หญิงเรานั้นได้มีกลิ่นหอมบางๆเวลาเดินผ่านชายหนุ่มก็แค่ให้เขาได้กลิ่นหอมจากกายเราแค่นี้ก็เป็นที่สะดุดของผู้ชายเขาแล้วละค่ะ

ซึ่งการใส่น้ำหอมนั้นก็มีหลายวิธีแตกต่างกันไป บางคนที่อยากให้หอมนานๆเดินไปทางไหนก็หอมจึงชอบใส่น้ำหอมในปริมาณมากแบบว่าฉีดน้ำหอมตลอดทั้งวัน ซึ่งวิธีผู้เขียนไม่ขอแนะนำนะค่ะเพราะว่าจากกลิ่นหอมมันจะกลายเป็นกลิ่นฉุนไปในทันที จากความมีเสน่ห์ก็จะกลายเป็นเรื่องที่ผู้ชายร้องยี้ไม่อยากเข้าใกล้เพราะมีกลิ่นฉุนจนแสบจมูก ซึ่งทางที่ดีผู้เขียนแนะนำให้ใส่น้ำหอมบางๆเท่านั้นโดยใส่เฉพาะจุดก็เพียงพอแล้ว ซึ่งวันนี้ผู้เขียนก็ขอนำความรู้เรื่องน้ำหอมและวิธีการเลือกน้ำหอมมาฝากสาวๆกันค่ะ

ตระกูลของน้ำหอมแบ่งออกเป็น 5 ตระกูลใหญ่ด้วยกันนั่นคือ ตระกูลของผลไม้ ตระกูลของดอกไม้ ตระกูลของกลิ่นอายตะวันออก ตระกูลของแมกไม้ และตระกูลของเครื่องเทศและไม้หอมต่างๆ ซึ่งการปรุงน้ำหอมที่เราได้ใช้กันทุกวันนี้ก็จะมาจากการที่เรานำน้ำหอมจากตระกูลต่างๆมาผสมกันให้เกิดกลิ่นใหม่ขึ้นมานั่นเอง แต่ก็มีน้ำหอมที่มาจากการผสมน้ำหอมตระกูลเดียวกันเช่นกันแต่ก็เป็นส่วนที่น้อยมากเหลือเกิน

สาวๆจะรู้ได้อย่างไรว่าน้ำหอมกลิ่นนี้เหมาะกันตัวเองหรือไม่ ดังนั้นวันนี้ผู้เขียนขอแนะนำวิธีการเลือกน้ำหอมมาบอกเล่าให้สาวๆได้อ่านกันนั่นคือ ให้สาวๆแตะน้ำหอมที่คิดว่าตัวเราชอบไว้ตรงบริเวณข้อมือจากนั้นทิ้งไว้ประมาณ 20 นาทีแล้วจึงกลับมาดมน้ำหอมกลิ่นนี้อีกครั้งตรงบริเวณที่เราแตะไว้เพื่อให้ความหอมที่ซ่อนอยู่นั้นเกิดการฟุ้งกระจายออกมาก่อน หลังจากที่ดมแล้วชอบในกลิ่นนี้ละกลิ่นของน้ำหอมไม่เปลี่ยนไปในทางที่มีกลิ่นเหม็นหรือฉุนจนเกินไปก็สามารถเลือกซื้อได้เลยค่ะ

เรื่องของขน

ผู้หญิงกับเรื่องของขน

สิ่งเล็กๆที่เรียกว่าขน แต่สำหรับผู้หญิงแล้วเรื่องของขนนั้นถือว่าเป็นเรื่องใหญ่ทีเดียวเลยนะค่ะ ก็เพราะว่าเจ้าขนนี้บางครั้งมันก็ขึ้นไม่ถูกทีและบางทีก็ขึ้นซะเยอะจนเกินไปอีกต่างหาก แล้วสาวๆจะทำอย่างไรกับเจ้าขนนี่ดี ในเมื่อบางครั้งยิ่งกำจัดมันก็ยิ่งขึ้นๆๆ จนไม่รู้จะทำอย่างไรแล้ว บางคนถามว่าทำไมเราต้องกำจัดเจ้าขนพวกนี้ให้ออกไปจากร่างกายของเราด้วย ก็แหมจะเก็บเจ้าขนยุบยิบนี่ไว้ให้เป็นที่รกรุ่งรังกับขาหรือแขนหรือแม้กระทั่วรักแร้เราทำไมละค่ะ มันคงจะไม่งามนักหรอกค่ะถ้าขาของผู้หญิงเราที่ควรจะเรียวยาวและเรียบเนียนนั้นกลายเป็นต้องมามีขนเส้นใหญ่ๆหนาๆยาวเต็มไปหมด และแขนก็อีกมันก็คงจะไม่ดีอีกเช่นกันเพราะนี่คือแขนผู้หญิงนะค่ะไม่ใช่แขนลิง และเรื่องของรักแร้ยิ่งแล้วใหญ่จะปล่อยให้มีขนรกรุงรังนั้นเป็นเรื่องที่ไม่สมควรทำเด็ดขาด เพราะมันมองดูแล้วสกปรกและน่าเกลียดมากๆแถมยังเป็นที่เพาะพันธุ์เชื้อโรคและกลิ่นตัวอย่างดีอีกต่างหาก

เรื่องของขน

ดังนั้นวันนี้ผู้เขียนจึงนำวิธีการกำจัดขนมาฝากสาวๆให้ได้อ่านกันค่ะ ซึ่งมีดังต่อไปนี้

  1. กำจัดขนด้วยการถอน – เป็นวิธีที่เจ็บเล็กน้อยนะค่ะ เพราะการกำจัดด้วยการถอนนั้นจะต้องใช้อุปกรณ์ที่เรียกว่าแหนบมาเขี่ยเส้นขนนั้นแล้วทำการคีบและดึงออกมาจากรักแร้ของเรา แต่สำหรับผู้ที่ไม่เคยนั้นจะเจ็บปวดมากในครั้งแรกแต่พอนานๆไปแล้วก็จะชินไปเอง เมื่อถอนเจ้าขนออกมาจนรักแร้ของเราเกลี้ยงเกลาแล้วให้ล้างด้วยไฮโดรเจนพอร์ออกไซด์ หลังจากนั้นให้ทิ้งไว้ 15 นาที แล้วทาตามด้วยมอยเจอร์ไรเซอร์บำรุงผิวค่ะ ซึ่งเวลาที่ผู้เขียนขอแนะนำให้ทำการขนรักแร้หรือขนตรงบริเวณอื่นๆก็คือ ตอนกลางคืนค่ะ เพื่อหลีกเลี่ยงอาการเห่อแดงที่เกิดจากการถอนนั่นเองค่ะ
  2. กำจัดขนด้วยครีมกำจัดขน – เป็นวิธีที่ไม่ค่อยเจ็บปวดเท่าใดนักค่ะ ซึ่งวิธีการทำก็มีแค่เลือกซื้อผลิตภัณฑ์กำจัดขนที่ต้องการมาแล้วทาลงบริเวณที่ต้องการกำจัดขน จากนั้นให้ทิ้งครีมเอาไว้ประมาณ 15-20 จากนั้นปาดครีมออก ขนที่เราไม่ต้องการก็จะหลุดออกไปโดยง่าย และหลังจากที่ล้างครีมออกเสร็จเรียบร้อยแล้วให้ทาครีมบำรุงที่มีส่วนผสมของว่านหางจระเข้ตามลงไปเพื่อเพิ่มความชุ่มชื่นและสบายให้ผิว วิธีนี้วิธีที่ง่ายสะดวกสบายแต่ว่าหลังจากการใช้ครีมแล้วขนที่เกิดขึ้นมาใหม่นั้นจะมีลักษณะที่แข็งและสีเข้มขึ้น

นี่ยังเป็นเพียงแค่ 2 วิธีแรกของวิธีการกำจัดขน กลับมาครั้งหน้าผู้เขียนจะนำวิธีการกำจัดขนที่เหลือมาฝากกันนะค่ะ

เครื่องสําอางที่ใช้ในการแต่งหน้า

เครื่องสำอางที่ใช้ในการแต่งหน้าที่สาวๆควรรู้

เครื่องสําอางที่ใช้ในการแต่งหน้า

ครั้งก่อนได้พูดถึงเรื่องของอุปกรณ์ที่ใช้ในการแต่งหน้ากันไปแล้ว กลับมาครั้งนี้ผู้เขียนขอพูดถึงเรื่องของเครื่องสําอางที่ใช้ในการแต่งหน้ากันบ้าง แต่ว่าจะประกอบไปด้วยอะไรบ้างเราไปดูกันเลยค่ะ

เครื่องสำอางที่สาวๆควรมีในการประกอบการแต่งหน้ามีดังต่อไปนี้

  1. รองพื้น – เหตุผลที่เราต้องใช้รองพื้นก็เพราะว่าก่อนการเริ่มต้นการแต่งหน้าเราจำเป็นต้องทำให้ใบหน้าของเราเรียบเนียนเสียก่อนเพื่อสร้างความสะดวกในการแต่งหน้าและเพื่อการแต่งหน้าที่ออกมาสวยได้ใจตามต้องการอีกด้วย บางคนอาจจะไม่ชอบรองพื้นเพราะมันหนาเกินไปก็สามารถเลือกใช้เบสปรับสีผิวก็สามารถใช้ได้ค่ะ ซึ่งเบสนี้จะให้ในเรื่องความกระจ่างใสของใบหน้าค่ะ
  2. แป้งเค้ก – เป็นแป้งที่ส่วนใหญ่แล้วจะผสมในส่วนของรองพื้นไว้อยู่แล้วเพื่อเพิ่มความเนียนและกระจ่างใสให้กับใบหน้าและยังสามารถติดทนนานมากกว่าแป้งฝุ่นทั่วไป ซึ่งจะแลดูเป็นธรรมชาติไม่หนามากจนเกินไปอีกด้วย
  3. แป้งฝุ่น – ใช้สำหรับเป็นแป้งเสริมค่ะ เพื่อไม้ให้ใบหนาของเรานั้นมันเยิ้มเป็นเงา และยังช่วยให้รองพื้นนั้นไม่กระจุกตัวอยู่ที่เดียวกัน
  4. บลัชออน – เป็นเครื่องสำอางที่ใช้สำหรับปัดแก้มของเราให้มีสีชมพูระเรื่อแลดูมีสุขภาพดี ทั้งนี้การเลือกสีบลัชออนนั้นก็ต้องเลือกให้มีสีที่เหมาะกับสภาพสีผิวบนใบหน้าเราอีกด้วย ซึ่งโดยทั่วไปสีที่ให้ความนิยมก็คือ สีชมพูเพราะเมื่อใช้แล้วแลดูผิวสุขภาพี และสีส้ม เพราะเมื่อใช้แล้วแลดูเป็นธรรมชาติค่ะ
  5. อายแชโดว์ – คือเครื่องสำอางที่ช่วยเพิ่มสีสันบนเปลือกตาของคุณนั่นเอง ซึ่งส่วนใหญ่ที่นิยมใช้อายแชโดว์ก็เพราะปกปิดรอยคล้ำที่ตาเพื่อเพิ่มความสดใสให้กับดวงตาของเราค่ะ
  6. ดินสอเขียนคิ้ว – ถ้าลองสังเกตดีๆบางคนมีคิ้วที่เข้มไม่เท่ากันนะค่ะ ดังนั้นเราจึงจำเป็นต้องพึ่งดินสอเขียนคิ้วเพื่อลงสีคิ้วให้เท่ากัน และบางคนได้ทำสีผมที่มีสีสว่างออกสีทองแต่คิ้วนั้นสีดำมันก็ดูขัดกันแบบแปลกใช่ไหมละค่ะ ดังนั้นจึงต้องใช้ดินสอเขียนคิ้วสีน้ำตาลเพื่อเพิ่มความกลมกลืนระหว่างใบหน้าและสีผมให้ไปในทิศทางเดียวกันนั่นเอง
  7. มาสคาร่า – มีทั้งแบบกันน้ำและแบบไม่กันน้ำ ซึ่งในปัจจุบันนิยมแบบกันน้ำกันทั้งหมดค่ะ และมาสคาร่านี้ช่วยเพิ่มความยาวและความหนาของขนตาทำให้เราดูตาคมขึ้นอีกค่ะ
  8. ลิปสติก – เครื่องสำอางที่ทุกคนรู้จักกันเป็นอย่างดี ซึ่งข้อดีของการทาลิปสติกก็คือจะทำให้ปากแลดูมีสุขภาพดี อิ่มเอิบค่ะ

เป็นอย่างรัยบ้างค่ะสาวๆกับเครื่องสําอางที่ใช้ในการแต่งหน้าที่ก่อนที่คุณจะลงมือแต่งหน้า คุณนั้นจำเป็นต้องมี อย่างไรก็ลองนำไปใช้ดูนะค่ะ

คำที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

การล้างหน้า

การล้างหน้าใช่ว่าจะไม่สำคัญ

หน้าถือเป็นบริเวณหนึ่งของร่างกายที่ผู้หญิงให้ความสำคัญมากที่สุดเลยก็ว่าได้ เพราะถ้าใบหน้าไม่สวยสมใจหรือเกิดปัญหาต่างๆขึ้นบนใบหน้าของสาวๆ แน่นอนว่าสิ่งที่ตามานั่นคือความเครียดความกังวลและความไม่มั่นใจ เพราะฉะนั้นเราควรมาดูแลใบหน้าให้ดี โดยเริ่มจากสิ่งแรกที่สุดก็คือ การล้างหน้าให้สะอาดนั่นเอง

การล้างหน้า

การล้างหน้านั้นก้อมีอุปกรณ์ที่ต้องใช้ในการล้างหน้าเพราะว่าเราล้างโดยใช้เพียงแค่น้ำเปล่าในการชำระล้างใบหน้า สิ่งสกปรกต่างๆก็คงไม่หลุดออกไปอย่างแน่นอน ดังนั้นเราจึงต้องมีตัวช่วยเพิ่มมากขึ้น ซึ่งตัวช่วยนั้นก็มีมากมายหลากหลายประเภทให้ได้เลือกกันดังต่อไปนี้

  1. สบู่ล้างหน้า – สบู่ล้างหน้านั้นมีหลากหลายชนิด ซึ่งจะแตกต่างกันไปตามแต่สภาพผิวหน้าของแต่ละคน เช่น สบู่สำหรับคนผิวแห้ง สบู่สำหรับคนผิวมัน สบู่สำหรับคนผิวธรรมดา หรือสบู่สำหรับคนผิวผสม ซึ่งสบู่ล้างหน้าส่วนใหญ่นั้นจะผสมสารกำจัดน้ำมัน ทำให้เกิดฟองและจะชำระล้างสิ่งสกปรกออกไปด้วย
  2. โลชั่นล้างหน้า – โลชั่นล้างหน้าจะมีส่วนผสมของน้ำและน้ำมันมาก จะมีลักษณะเป็นสีขาวขุ่น และโลชั่นล้างหน้านั้นมีอยู่ 2 ชนิด คือ แบบที่ล้างแล้วเกิดฟองกับแบบล้างแล้วไม่เกิดฟอง แต่ทั้งสอชนิดก็ล้างหน้าให้สะอาดได้ไม่แพ้กันซึ่งโลชั่นล้างหน้าเหมาะสำหรับผู้ที่มีผิวหน้าแห้งเป็นอย่างยิ่ง เพราะจะช่วยสร้างความชุ่มชื้นให้ผิว เพราะในโลชั่นล้างหน้าจะมีส่วนผสมของน้ำมากนมีสีใสนั่นเอง แต่ว่าการล้างหน้าแบบนี้ไม่เหมาะกับสาวที่มีผิวหน้ามันนะค่ะ เพราะว่าจะทำให้ผิวหน้าของสาวหน้ามันนั้นมันเยิ้มขึ้นกว่าเดิมไปอีกนั่นเอง
  3. ครีมล้างหน้า – จะมีลักษณะของการใช้คือทาครีมบนผิวหน้าแล้วใช้สำลีเช็ดออก ซึ่งเมื่อเช็ดออกไปแล้วจะหลงเหลือคราบไขมันอยู่บนใบหน้า ดังนั้นควรจะล้างออกอีกครั้งด้วยสบู่ล้างหน้า เพื่อล้างคราบมันให้หลุดออกไป ซึ่งการล้างหน้าด้วยวิธีนี้นั้นเหมาะมากกับผู้ที่แต่งหน้าจัด เพราะว่าเป็นการล้างหน้าที่สามารถล้างเครื่องสำอางได้เป็นอย่างดี

คำที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

ประโยชน์ของวิตามินซี

การเลือกผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของวิตามินซี

ประโยชน์ของวิตามินซี

สาวๆคนไหนที่อยากมีผิวพรรณที่ขาวกระจ่างใส แลดูเปล่งปลั่งมีน้ำมีนวลแล้วละก็ แน่นอนว่าต้องรู้จักสารที่มีชื่อว่าวิตามินซีอย่างแน่นอน อย่างที่ได้เห็นกันในปัจจุบัน ที่กำลังได้รับความนิยมอย่างมากมายในเรื่องของการใช้วิตามินซีในการบำรุงผิวพรรณให้มีความขาวกระจ่างใส จึงมีการนำวิตามินซีมาเป็นส่วนผสมในผลิตภัณฑ์บำรุงผิว

วิตามินซีเป็นวิตามินอีกหนึ่งชนิดที่สาวๆรู้จักกันดีเพราะว่าวิตามินซีนั้นมีส่วนช่วยในการดูแลสุขภาพทางร่างกายในการป้องกันไข้หวัดแถมยังมีส่วนช่วยในการบำรุงผิวพรรณอีกด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนที่มีผิวหน้าที่เป็นฝ้า กระ จุดด่างดำ หรือริ้วรอยต่างๆที่เกิดขึ้น สารวิตามินซีสามารถช่วยลบเลือนสิ่งที่ไม่พึงประสงค์ของคุณออกไปได้

วิตามินซีจะมีประสิทธิภาพเพิ่มมากขึ้นถ้าหากวิตามินซีได้ทำงานควบคู่กับครีมกันแดด ซึ่งโดยปกติแล้ววิตามินซีที่ร่ากายเรานั้นต้องการอยู่ในปริมาณ50-60 มิลลิกรัมต่อวัน แต่ถ้าเมื่อใดที่คุณนั้นทานวิตามินซีมากเกินไปหว่าร่างกายคุณต้องการ ร่างกายก็จะขับมันออกมาในรูปแบบของทางปัสสาวะนั่นเอง ซึ่งผักผลไม้ที่มีวิตามินซีสูงได้แก่ คะน้า ผักบุ้ง มะนาว ส้ม องุ่น เป็นต้น นอกจากนี้แล้ววิตามินซียังมีส่วนช่วยในเรื่องของการต้านอนุมูลอิสระที่ไม่ทำให้เราแก่ก่อนวัยอันควร กระตุ้นการเกิดคลอลาเจน ป้องกันรังสียูวีจากแสงแดดได้ดีอีกด้วยประโยชน์ของวิตามินซี

วิธีการเก็บเครื่องสำอางที่มีส่วนผสมของวิตามินซีควรเก็บให้พ้นจากแสงแดด ความชื้น และน้ำ เพราะว่าปัจจัยเหล่านี้จะทำให้วิตามินซีที่มีอยู่ในผลิตภัณฑ์ของคุณนั้นเสื่อมสลายหายไปไม่มีประสิทธิภาพเหมือนเดิม ดังนั้นถ้าหากคุณเปิดใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีวิตามินซีผสมอยู่แล้วควรรีบใช้ให้หมดโดยเร็วหรือเก็บให้พ้นจาก 3 สิ่งอันตรายที่ได้กล่าวไว้ข้างต้นด้วยนะค่ะ เพื่อคุณภาพของผลิตภัณฑ์ที่คุณนั้นได้ลงทุนซื้อมา เพราะบางคนนั้นไม่รู้จักวิธีที่จะเก็บเครื่องสำอางเพราะอาจคิดไม่ถึงว่าปัจจัยต่างๆเหล่านี้จะมีผลต่อเครื่องสำอางของคุณให้มีประสิทธิภาพที่ด้อยลงไปกว่าเดิมจนกระทั่งไม่เหลือความมีประสิทธิภาพไว้เลยก็เป็นได้